เทคนิคลวดลายผ้าไทย

ปักลวดลายจากการตกแต่งผ้า

งานปัก
          เทคนิคการสร้างลวดลายผ้าด้วยการปัก เป็นเทคนิคที่มีการสืบทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณ และถือเป็นค่านิยมของสังคมไทยในอดีตที่ถือว่างานเย็บปักถักร้อยเป็นงานของสตรีที่ได้รับการปลูกฝังตั้งแต่เด็กสืบเนื่องกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ทั้งเจ้านาย และราษฎร วัสดุที่ใช้ในการปักเป็นวัสดุที่หาสะดวก และราคาไม่แพงขึ้นกับสถานะทางสังคมของแต่ละบุคคล สำหรับชนชั้นสูง ชั้นเจ้านายผ้าปักจะใช้วัสดุที่มีความหรูหรา มีคุณค่า เช่นเส้นไหม ไหมทอง ประดับด้วยวัสดุอื่น เช่นไข่มุก พลอย เป็นต้น งานปักเรียกได้ตามวัสดุที่ใช้ปัก เช่น ผ้าปักไหม เป็นการตกแต่งลวดลายผ้าด้วยไหมสีต่างๆ ผ้าปักดิ้น เป็นการใช้วัสดุที่มีค่าทำจากโลหะในรูปแบบต่างๆเช่น ดิ้น คือโลหะเงิน ทอง ทองแดงที่ถูกดึงเป็นเส้น แล่ง คือโลหะที่รีดเป็นเส้นแบน คล้ายตอกสำหรับทำจักรสาน เลื่อม คือโลหะที่ตัดเป็นรูปทรง ลักษณะ และขนาดตามต้องการ ไหมทอง คือโลหะที่รีดเป็นเส้นขนาดเล็ก ใช้ควบกับเส้นไหม หรือด้าย (ความเป็นมาของผ้าโบราณ, ม.ป.ป.)
          ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 ถือเป็นยุคทองของหัตถศิลป์ผ้าปักของไทยที่มีความเจริญสูงสุด ซึ่งได้รับการถ่ายทอดกรรมวิธีการปักจากชาติตะวันตก ดังนั้นในสมัยนั้นงานปักจะมีลักษณะคล้ายภาพของจิตกรรม และมีการปักไล่สีและมีมิติ ซึ่งได้มีการประยุกต์เทคนิคดังกล่าวกับศิลปะไทยเกิดเป็นอัตลักษณ์ของงานปักที่มีลักษณะจำเพาะ ได้แก่ 

  1. การปักไหมผสมกับวัสดุอื่นๆ เช่น ดิ้น เลื่อม แล่ง ปีกแมลงทับ 
  2. การปักหนุนบนเส้นฝ้ายเพื่อให้งานปักเกิดเป็นมิติ
  3. การปักซอย หรือการปักไหมน้อย เป็นการปักไล่สีบนชิ้นงานเพื่อให้เกิดมิติ โดยใช้ไหมน้อย หรือไหมเส้นเล็กชั้นในสุดของรังไหม เป็นกรรมวิธีการปักคล้ายกับการปักทึบ คือการปักไหมเต็มลวดลาย โดยมีการเดินเข็มที่ระยะประมาณเมล็ดข้าวสาร หรือประมาณ 0.5 เซนติเมตร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความประณีตของผู้ปัก และเป็นอัตลักษณ์ของงานปักไทย (ศิวรี อรัญนารถ, ศมิสสร สุทธิสังข์, 2562, น. 4)


การพัฒนางานปักไทย 
         
การพัฒนางานปักไทยได้รับพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงพบภาพเรือปักสุพรรณหงส์ ซึ่งเป็นภาพปักไหมน้อยโบราณของฝีมือช่างหลวงสมัยสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันสสาอัยยิกาเจ้า พระบรมราชเทวีในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระบรมมหาราชวัง จึงทรงรับสั่งให้มีการถ่ายทอดวิชา และสืบทอดวิชาฝีมือชั้นเยี่ยมนี้ไว้ และพระราชทานงานปักผ้า และวัสดุกับสตรีชาวภาคใต้ และขยายสู่ภาคอื่นๆ เพื่อสร้างเสริมอาชีพ โดยให้สถาบันสิริกิติ์ หรือโรงฝึกศิลปาชีพสวนจิตรลดาเป็นศูนย์กลางในการฝึกอบรมอาชีพแก่นักเรียนศิลปาชีพที่ทรงรับจากครอบครัวชาวไร่ผู้ยากไร้ ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมทางฝีมือช่างที่สืบทอดมาแต่โบราณ (Utiswannakul and Disatapundhu, 2017) ปัจจุบันจะพบภาพการปักไหม หรือการปักซอยเป็นงานประณีตศิลป์ประดับตกแต่งในเชิงจิตรกรรมเท่านั้น และด้วยข้อจำกัด และเทคนิคกรรมวิธีที่ต้องมีความประณีต และความมุ่งมั่นตั้งใจเป็นอย่างมาก จึงทำให้ ไม่แพร่หลาย หรือถูกนำไปประยุกต์ใช้กับเทคนิคอุตสาหกรรมแฟชั่น และการส่งออกมากนัก (ศิวรี อรัญนารถ, ศมิสสร สุทธิสังข์, 2562, น. 4)

ความแตกต่างของงานปักไทยราชสำนัก และงานปักทั่วไป
          เทคนิคราชสำนัก ใช้การปักดิ้นเงิน การปักซอย การปักไหมน้อย การปักไหมสี การปักหนุน ลวดลายที่ใช้สามารถสื่อความหมายได้ ภาพประกอบการเล่าเรื่อง สัตว์ในอุดมคติ เช่น พญานาค หงส์ เป็นต้น ลวดลายจากธรรมชาติ ลายไทย สีที่ใช้มีความเป็นประกายจากวัสดุดิ้นทอง ดิ้นเงิน ปีกแมลงทับ และวัสดุมีค่าอื่นๆ นิยมปักลงบนผ้าถักกระชุน หรือเส้นทองถัก และผ้าไหม
         
เทคนิคงานปักทั่วไป ใช้การปักซอย การปักไหมน้อย ไหมสี การปักหนุน ลวดลายเลียนแบบธรรมชาติ ลายไทย และลวดลายตามจินตนาการ สีมีความเสมือนจริง หรือสีตามจินตนาการ นิยมใช้สีอ่อนหรือสีพาสเทล ปักลงบนผ้าไหม ผ้าไหมเทียม และผ้าฝ้าย (ศิวรี อรัญนารถ, ศมิสสร สุทธิสังข์, 2562, น. 7-8)

อ้างอิง
  • ศิวรี อรัญนารถ, และศมิสสร สุทธิสังข์. (2562). หัตถศิลป์ผ้าไทย – เวียดนาม: ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิต. วารสารมหาวิทยาลัยศิลปากร, 39(2), 1-11.
  • ความเป็นมาของผ้าโบราณ. สืบค้น 22 ตุลาคม 2562, จากhttp://www.thaiemb.com/board/index.php?topic=3073.0;wap2
  • Utiswannakul, Patcha, & Disatapundhu, Suppakorn. (2017). Asian Textile Wisdom: Identity of Thai, Laos, and Vietnam Embroidery (ภูมิปัญญาผ้าอาเซียน : อัตลักษณ์ทุนวัฒนธรรม หัตถศิลป์ ผ้าปัก ไทย ลาว และเวียดนาม). Journal of Fine Arts Research and Applied Arts, 4(1): 2-40.
ชนเผ่ามูเซอ

          ชาวเผ่ามูเซอมีความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์ลวดลายบนผืนผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ผ่าน 2 เทคนิคคือการปักสีสันสดใสลงบนผืนผ้า และการปะติดลวดลายลักษณะต่างๆ ลักษณะของลวดลายปักจะเรียงกันเป็นแถวตามแนวนอนของผืนผ้า ความละเอียดของลวดลายจะวัดกันที่ความเล็กของลวดลาย ดังนั้นลายปักจึงมีความสัมพันธ์กับอายุ และความเชี่ยวชาญเช่น ชาวมูเซออายุน้อยมักจะเลือกใช้ลายปักที่มีความง่ายไม่ซับซ้อน เป็นต้น อัตลักษณ์ลวดลายของชาวมูเซอมีความหลากหลาย โดยส่วนมากจะมีการผสมผสานลวดลายที่มาจากธรรมชาติ ต้นไม้ พืช สัตว์ ลวดลายที่มาจากความเชื่อ วิถีชีวิตต่างๆ และเนื่องจากบรรพบุรุษของชาวมูเซอนับถือศาสนาคริสต์ ดังนั้นอัตลักษณ์ลวดลายหนึ่งของชาวมูเซอจะมีความเกี่ยวพันกับเรื่องผี วิญญาณ และความเชื่อตามคัมภีร์ของศาสนาคริสต์รวมเข้าอยู่ด้วย

          การสะท้อนความเป็นชนเผ่าผ่านลวดลาย ชาวมูเซอมีจิตวิญญาณของนักผจญภัย ชอบเดินทาง กระตือรือร้นมีการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆตลอดเวลา ชอบค้นหา สิ่งเหล่านี้จึงสะท้อนออกมาทางการออกแบบลวดลายผ้าอย่างชัดเจน จะสังเกตได้จากลวดลายจะมีการเคลื่อนไหวลักษณะขึ้น ลง ทแยง หรือกระจายออก เป็นลวดลายที่มีชีวิตชีวา สีที่ใช้มีความสดใส ฉูดฉาด เน้นสีแดง เหลือง เขียว ฟ้า ทำให้สดชื่น มีความหวัง (ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน), 2557, น. 150-152)

ผ้าปักลายง้าแป่ (ตาข่าย) และ ลายป่าคี้ (ขากบ)
(ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน), 2557, น. 155-156)

ผ้าปักลายแท้แคะ (คลื่นน้ำ) และ ลายม่อนหนิ (ดอกพระจันทร์)
(ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน), 2557, น. 159-160)

ลายอ๊าเผ่เว้ (ดอกพริก)
(ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน), 2557, น. 157)

ลายโหมะผิ (เห็ดผี)
(ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน), 2557, น. 158)

อ้างอิง
  • ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน). (2557). เย็บ ปัก ถัก ทอ เอกลักษณ์และศิลปะลวดลายผ้าชาวเขา (Characteristics and Pattern of Hilltribe Fabric) (ครั้งที่ 1). นนทบุรี: บริษัท สยามคัลเลอร์พริน จํากัด. จาก https://fliphtml5.com/wqdx/nszx/basic. สืบค้นเมื่อ 24 ตุลาคม 2562

 

ชนเผ่าม้ง

          ลวดลายของผ้าชนเผ่าม้ง เป็นลวดลายผ้าที่มาจากจินตนาการ ลวดลายที่เลียนแบบจากธรรมชาติ ต้นไม้ สัตว์ สิ่งแวดล้อม ข้าวของเครื่องใช้ และวิถีชีวิตประจำวัน หรือเป็นลวดลายที่เป็นเรื่องเล่า ตำนานความเชื่อต่างๆ อัตลักษณ์ลวดลายที่สะท้อนความเป็นชนเผ่า สามารถสะท้อนแสดงถึงบุคลิกของความเข้มแข็ง ความขยันอดทน มานะ บากบั่น ลวดลายจึงถูกแสดงออกให้เห็นถึงความสง่างาม แข็งแรง มั่นใจ ลวดลายส่วนมากจึงมีความสมดุล สะดุดตาตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น

ผ้าปักลายง้าแป่ (ตาข่าย) และ ลายป่าคี้ (ขากบ)
(ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน), 2557, น. 53-57)

ผ้าปักลายแท้แคะ (คลื่นน้ำ) และ ลายม่อนหนิ (ดอกพระจันทร์)
(ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน), 2557, น. 65)

ลายอ๊าเผ่เว้ (ดอกพริก)
(ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน), 2557, น. 69)

ลายโหมะผิ (เห็ดผี)
(ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน), 2557, น. 69)

ผ้าปักลายวิถีชีวิตม้ง

(ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน), 2557, น. 75)

อ้างอิง
  • ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน). (2557). เย็บ ปัก ถัก ทอ เอกลักษณ์และศิลปะลวดลายผ้าชาวเขา (Characteristics and Pattern of Hilltribe Fabric) (ครั้งที่ 1). นนทบุรี: บริษัท สยามคัลเลอร์พริน จํากัด. จาก https://fliphtml5.com/wqdx/nszx/basic. สืบค้นเมื่อ 24 ตุลาคม 2562
ชนเผ่าชาวอาข่า

          การสร้างสรรค์ลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวอาข่าคืองานปัก และงานปะผ้าที่ผสมผสานด้วยวัสดุอื่นเช่น เหรียญเงิน หอยเบี้ย ลูกปัดต่างๆ ซึ่งจะเห็นตัวอย่างการปักเข็มขัดที่ใช้หอยเบี้ยปักประดับมากเป็นพิเศษ นอกจากความสวยงามแล้วชาวอาข่าถือว่าหอยเบี้ยเป็นเครื่องรางช่วยคุ้มครองป้องกันอันตรายได้ โดยเอกลักษณ์งานปักจะเป็นการปักตกแต่งเสื้อผ้า เช่นบริเวณขอบชายเสื้อ และลายปักเต็มบริเวณแผ่นหลัง ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของชาวเผ่าอาข่า ลวดลายปักได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติให้ความรู้สึกอิสระ สนุกสนานร่าเริง ลายต้นไม้ ใบไม้ สัตว์ แมลง ก้อนหิน ผสมผสานลวดลายที่เกิดจากข้าวของเครื่องใช้ เครื่องดนตรี ประเพณี จนกลายเป็นลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์สวยงาม ลักษณะการปักของชาวอาข่ามี 2 รูปแบบคือ การปักกากบาทตามตาของผ้า ลักษณะการปักครอสติชในปัจจุบัน และการปักด้ายเป็นรูปร่างลวดลายแบบทึบ (ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน), 2557, น. 112-116)

ผ้าปักลายค้อเถว (รั้วดอกไม้)
(ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน), 2557, น. 128)

ผ้าปักลายพะดื่อ (สามเหลี่ยม)
(ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน), 2557, น. 123)

ผ้าปักลายอาก่อ (เส้นทาง)
(ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน), 2557, น. 119)

ผ้าปักลายอาหลู่ (ผีเสื้อ)
(ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน), 2557, น. 139)

ผ้าปักลายอาอู่โลหมะ (ขาแมงมุม)
(ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน), 2557, น. 125)

อ้างอิง
  • ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน). (2557). เย็บ ปัก ถัก ทอ เอกลักษณ์และศิลปะลวดลายผ้าชาวเขา (Characteristics and Pattern of Hilltribe Fabric) (ครั้งที่ 1). นนทบุรี: บริษัท สยามคัลเลอร์พริน จํากัด. จาก https://fliphtml5.com/wqdx/nszx/basic. สืบค้นเมื่อ 24 ตุลาคม 2562
ชนเผ่าชาวอาข่า

          การสร้างสรรค์ลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวอาข่าคืองานปัก และงานปะผ้าที่ผสมผสานด้วยวัสดุอื่นเช่น เหรียญเงิน หอยเบี้ย ลูกปัดต่างๆ ซึ่งจะเห็นตัวอย่างการปักเข็มขัดที่ใช้หอยเบี้ยปักประดับมากเป็นพิเศษ นอกจากความสวยงามแล้วชาวอาข่าถือว่าหอยเบี้ยเป็นเครื่องรางช่วยคุ้มครองป้องกันอันตรายได้ โดยเอกลักษณ์งานปักจะเป็นการปักตกแต่งเสื้อผ้า เช่นบริเวณขอบชายเสื้อ และลายปักเต็มบริเวณแผ่นหลัง ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของชาวเผ่าอาข่า ลวดลายปักได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติให้ความรู้สึกอิสระ สนุกสนานร่าเริง ลายต้นไม้ ใบไม้ สัตว์ แมลง ก้อนหิน ผสมผสานลวดลายที่เกิดจากข้าวของเครื่องใช้ เครื่องดนตรี ประเพณี จนกลายเป็นลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์สวยงาม ลักษณะการปักของชาวอาข่ามี 2 รูปแบบคือ การปักกากบาทตามตาของผ้า ลักษณะการปักครอสติชในปัจจุบัน และการปักด้ายเป็นรูปร่างลวดลายแบบทึบ (ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน), 2557, น. 18-22)

ลายชุยคอเหลาะ (ตีนหมา)
(ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน), 2557, น. 46)

ลายตื่อดิ (ไข่มด)
(ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน), 2557, น. 44)

ลายเพ้อโดะ (งูเหลือม)
(ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน), 2557, น. 37)

ลายสะกอพอ (ดอกมะเขือ)
(ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน), 2557, น. 45)

อ้างอิง
  • ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน). (2557). เย็บ ปัก ถัก ทอ เอกลักษณ์และศิลปะลวดลายผ้าชาวเขา (Characteristics and Pattern of Hilltribe Fabric) (ครั้งที่ 1). นนทบุรี: บริษัท สยามคัลเลอร์พริน จํากัด. จาก https://fliphtml5.com/wqdx/nszx/basic. สืบค้นเมื่อ 24 ตุลาคม 2562