เทคนิคลวดลายผ้าไทย

เกาะ/ล้วงลวดลายจากโครงสร้างผ้า

เทคนิคการเกาะ/ ล้วง  

          การทอผ้าเกาะ / ล้วง เป็นรูปแบบการทอผ้าที่นิยมกันในภาคเหนือของประเทศไทย เป็นอัตลักษณ์ของกลุ่มไทลื้อ เช่น อำเภอเชียงคำ และอำเภอเชียงม่วนจังหวัดพะเยา และอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เรียกเทคนิคนี้ว่า เกาะ ส่วนไทลื้อที่จังหวัดน่านเรียกว่า ล้วง เป็นการสร้างลายขึ้นในเนื้อผ้า ตามวิธีการทอแบบธรรมดาทั่วไป และไม่เพิ่มด้ายเส้นพุ่งพิเศษเข้าไปในเนื้อผ้าเช่นวิธีการจก โดยใช้วิธีการผูกเกาะเกี่ยว และผูกเป็นห่วง  (hook and dove – tail) รอบเส้นยืน การสร้างลายขึ้นด้วยวิธีนี้ ผู้ทอสามารถสร้างลายละเอียด และซับซ้อนได้ ส่วนลายที่เกิดจากการเกาะล้วงเป็นช่วงๆ จากการสอดกระสวยขึ้นลงให้ไหลไปในทิศทางเดียวกันและไล่ระดับไปเรื่อยๆ นี้ ทำให้ลายมีลักษณะเหมือนสายน้ำที่กำลังไหล จึงเกิดความนิยมเรียกกันว่า “ผ้าลายน้ำไหล” (Peeranut Pornnisen, 2562)
          การทอผ้าเทคนิคเกาะล้วง ผู้ทอจะต้องมีความชำนาญในการออกแบบผ้า และการทอเป็นอย่างมาก เนื่องจากการทอจะใช้เส้นด้ายสีต่างๆจำนวนมากที่ได้รับการคำนวณความยาวไว้เรียบร้อยแล้ว สอดลงไปในด้ายเส้นยืน ด้ายสีที่สอดเข้าไปจะมีความยาวของเส้นตามลักษณะรอยหยักของกระแสน้ำ จากนั้นจึงใช้ฟืมหรือฟันหวีกระแทกเส้นด้ายสีเหล่านี้ในแถวที่ 2-3-4 และต่อๆ ไปตามความกว้างของผืนผ้าที่ทอ การสร้างลายน้ำไหลตามความกว้างของผ้าแต่ละผืนนั้นจะมีลายหยักของสายน้ำมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับผู้ทอในการคาดคะเนช่องว่างให้มีขนาดเท่าๆกัน และการสอดสีของเส้นด้ายต่างๆลงบนผืนผ้า ดังนั้นหากไม่มีความชำนาญในการทอ จะทำให้ได้ลวดลายของลายน้ำไหลไม่ตรงกัน (ธนาคารแห่งประเทศไทย, ม.ป.ป.)
         
การทอผ้าด้วยวิธีเกาะล้วงและเกิดลายน้ำไหล ในอดีตชาวไทลื้อจะทอลายนี้เป็นลายเล็ก​​ๆ เป็นทางยาวเหมือนคลื่นหรือบันไดที่ดูเหมือนสายน้ำกำลังไหล นิยมลายขวางตัว ตกแต่งบริเวณสะโพกสวยงาม ปล่อยตีนซิ่นไว้เป็นผ้าพื้น ซึ่งมักเป็นสีดำ คราม หรือแดง ​​​โดยชาวไทลื้อ​​ใช้ฟืมหน้าแคบ จึงต้องใช้ผ้าสองผืนมาต่อติดกันเป็นถุง เรียกว่า ซิ่นสองดูก (ธนาคารแห่งประเทศไทย, ม.ป.ป.)
         
ลวดลายของผ้าเกาะล้วงจะมีชื่อเรียกกันไปตามลักษณะที่ทอ เช่น ลายทางยาวและเป็นคลื่นเหมือนกับบันไดมองดูเหมือนสายน้ำกำลังไหล เรียกลายนี้ว่า ลายน้ำไหล นับเป็นต้นแบบดั้งเดิม ต่อมาหยักของลายน้ำไหลเป็นลายคล้ายจรวดกำลังพุ่ง เรียกกันว่า ลายจรวด เมื่อนำลายน้ำไหลมาต่อกันมีจุดช่องว่างตรงกลางเติมเส้นลายเล็ก ๆ แยกออกรอบตัว มองดูคล้ายดอกไม้ หรือ แมงมุม  ลายอีกแบบหนึ่งที่เอาลายน้ำไหลมาหักมุมให้ทู่แล้วสอดสีด้ายเหลี่ยมกันเป็นชั้น ๆ เรียกลาย เล็บมือ อีกแบบหนึ่งได้นำลายน้ำไหลมาประยุกต์เป็นลักษณะคล้ายเจดีย์เป็นชั้น ๆ มียอดแหลม เรียกว่า ลายธาตุ ส่วนลายที่ใช้เส้นด้ายหลาย ๆ สี ทอซ้อนกันเป็นชั้น ๆ เรียกว่า ลายกาบ เป็นต้น  แต่เดิมชาวไทลื้อนิยมทอผ้าลายน้ำไหลโดยใช้ฝ้ายสีสันที่สดใส ทอย้อนสลับกลับไปมาตามจังหวะลวดลาย และนิยมฝ้ายสีขาวทอเกาะเป็นขอบ  คล้ายฟองคลื่นของสายน้ำ แทรกสลับระหว่างช่วงลวดลายในปัจจุบันได้มีการพัฒนาสีสันให้หลากหลาย และมีการใช้เส้นด้ายทำด้วยดิ้นเงิน ดิ้นทอง เพื่อเพิ่มความหรูหราแวววาวให้ผืนผ้า (Peeranut Pornnisen, 2562) 
         
ผ้าลายน้ำไหลนิยมทอสำหรับเป็นผ้าซิ่น และสำหรับประยุกต์ตัดเป็นเสื้อผ้า และเครื่องใช้ต่างๆ นิยมทอจากผ้าฝ้าย สีที่ใช้จะเป็นสีที่มีความสดใส และหลากหลายผสมกัน เช่น สีแดง น้ำเงิน ชมพู ฟ้า เขียว ม่วง เป็นต้น

ผ้าซิ่นไทลื้อ ลายน้ำไหล
แหล่งที่ทอ จังหวัดน่าน

ชื่อผ้า ผ้าซิ่นไทลื้อ ลายเกาะหางปลา 
แหล่งที่ทอ อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา
ภาพจาก หอแสดงผ้าไทยพื้นบ้าน,  ธนาคารแห่งประเทศไทย, ปี พ.ศ.2547

อ้างอิง