วิวัฒนาการการแต่งกาย

10การใช้ผ้าไทยในยุคปัจจุบัน

          บัจจุบันการใช้ผ้าไทยในชิวิตประจำวันมากขึ้น คนหลากหลายวัยใส่ผ้าไทยได้อย่างไม่เขินอาย ผู้คนรู้สึกสนุกกับการแต่งตัวแบบผสมผสานระหว่างเสื้อผ้าเช่นการใส่เสื้อผ้าไทย กับกางเกงยีนส์ หรือการใสชุดผ้าไหมกับรองเท้าผ้าใบ การได้รับอิทธิพลจากกระแสสังคมออนไลน์ ละคร ดารานักแสดง ผู้ทรงอิทธิพลทางด้านแฟชั่น ทำให้ผู้คนลุกขึ้นมาแต่งตัวตามแฟชั่นผ้าไทยได้ไม่ยากนัก มีการส่งเสริมการแต่งกายแบบไทยจากภาครัฐสนองพระราชดำริในการจัดงานอุ่นไอรักคลายความหนาว เพื่อส่งเสริมให้มีการแต่งกายแบบไทย และมีการใช้ผ้าไทยมากขึ้น การส่งเสริมจากภาคเอกชน เช่น ห้างสรรพสินค้าต่างๆ มีแผนกที่ขายสินค้าไทย และผ้าไทยโดยเฉพาะ

          แต่การใช้ผ้าไทยที่เป็นผ้าแบบดั้งเดิมเริ่มลดน้อยลง การใช้ไหมเทียมมีมากขึ้น การใช้ผ้าทอเลียนแบบเช่น ผ้าขิด ผ้าจก ที่ทอเครื่องได้รับความนิยม เพราะราคาที่ถูกกว่าของดั้งเดิมหลายเท่าตัว ซึ่งอาจทำให้คุณค่าและความสำคัญของผ้าแบบดั้งเดิมเลือนหายไป

          ปัจจุบันนักออกแบบสมัยใหม่ได้มีการย้อนกลับหันนำผ้าไทยมาใช้ในงานออกแบบสินค้าแฟชั่น และไลฟ์สไตล์มากขึ้น โดยมีการปรับเปลี่ยนรูปของผ้าผ้าไทย เช่น การออกแบบลวดลายจากโครงสร้างการทอ และการตกแต่งผืนผ้าด้วยเทคนิคใหม่ๆ ผสมผสานการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยทำให้สินค้าที่ได้มีความแตกต่าง และเป็นอัตลักษณ์ที่ร่วมสมัย เช่น การออกแบบลวดลายผ้าทอจากโครงสร้างผ้าสมัยใหม่ การเพิ่มเส้นด้วยพิเศษ และการออกแบบลวดลายใหม่ๆ เช่น TERMTEM STUDIO, TORBOON, CHABATIK, MAN CRAFT การสร้างสรรค์ลวดลายผ้าด้วยการออกแบบลายพิมพ์ ลายเขียน ลายปักสมัยใหม่ เช่น KAYA, BHUKRAM เป็นต้น

TERMTEM STUDIO

ชื่อนักออกแบบ แพรวา รุจิณรงค์
ลักษณะเด่นของแบรนด์ ที่มา และแรงบันดาลใจ
          คุณแพรวา รุจิณรงค์ หลงรักการทอผ้ามาตั้งแต่ยังเด็ก ซึมซับวัฒนธรรม ความเป็นมาและความรู้ต่างๆ ผ่านครอบครัวที่เป็นต้นแบบในการใช้ชีวิตทุกด้าน เมื่อโตขึ้นเธอจึงเลือกเรียนวิชาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์ และตัดสินใจทำงานกับกรมหม่อนไหมในฐานะนักวิชาการออกแบบ และเป็นเจ้าของ “เติมเต็มสตูดิโอ” สตูดิโอทอผ้า ที่เธอออกแบบและสร้างสรรค์ผลงานผ้าไทยรูปแบบใหม่ออกมาอย่างสม่ำสมอ รวมทั้งจัดเวิร์คช็อปถ่ายทอดความรู้เรื่องการทอผ้าและงานคราฟต์อื่นๆ อยู่เป็นประจำ
ลักษณะเด่นของสินค้า และเทคนิคพิเศษ
         พื้นฐานเทคนิคการทอผ้าเป็นวิธีดั้งเดิมของไทยที่สืบทอดกันมา แต่ได้มีการทดลองใช้วัสดุใหม่ๆ เข้ามาผสมผสาน คิดหาเทคนิคที่เหมาะสมกับโจทย์ของงานแต่ละชิ้น

MANN CRAFT

ชื่อนักออกแบบ ปราชญ์ นิยมค้า
ลักษณะเด่นของแบรนด์ ที่มา และแรงบันดาลใจ
          ความรู้สึกหลงรักในงานศิลปะ และงานออกแบบบวกกับอุดมการณ์ที่อยากจะสืบทอดศิลปะ วิถีชีวิต ความสร้างสรรค์ และภูมิปัญญาของภูมิลำเนาท้องถิ่นของตนเอง
กลุ่มลูกค้า ผู้หลงใหลในสินค้าที่ผลิตจากท้องถิ่น สินค้าที่ผลิตจากธรรมชาติ และภูมิปัญญา
วัสดุที่ใช้ สี และลวดลาย ผ้าทอย้อมสีธรรมชาติ และครามมาสกัดเป็นหมึกสำหรับเพนต์ลงไปบนผืนผ้า
ลักษณะเด่นของเสื้อผ้า และเทคนิคพิเศษ
          เอกลักษณ์ของ Mann Craft สีครามจะมีสีอ่อน และมีการทดลองทำสิ่งใหม่ๆ เช่น การย้อมสี Indigo Spectrum ไล่เฉดสีครามตั้งแต่อ่อนจนเข้มจัดได้ถึง 52 เฉดสี คิดค้นหมึกครามสำหรับเพนต์ลงบนผ้าแทนการย้อมแบบดั้งเดิม พัฒนาลวดลายผ้าทอมัดหมี่ ลายลูกแก้ว หรือลายเก่าแก่ต่างๆ ให้อยู่ในฟอร์มร่วมสมัย ผสมเทคนิคพิมพ์ผ้าแบบอินเดียมาสร้างคอลเลกชั่น ใส่ลูกเล่นสร้างสรรค์สนุกๆ เหล่านี้ทำให้แบรนด์มีความเป็นศิลปะสูง และมีตัวตนชัดเจน และยังเน้นความคลาสสิก หยิบมาใช้กี่ปีก็ไม่มีตกยุค

TORBOON

ชื่อนักออกแบบ บุญทวี เจริญพูนสิริ
ลักษณะเด่นของแบรนด์ ที่มา และแรงบันดาลใจ
          ความรู้สึกหลงรักในงานศิลปะ และงานออกแบบบวกกับอุดมการณ์ที่อยากจะสืบทอดศิลปะ วิถีชีวิต ความสร้างสรรค์ และภูมิปัญญาของภูมิลำเนาท้องถิ่นของตนเอง
กลุ่มลูกค้า ผู้หลงใหลในสินค้าที่ผลิตจากท้องถิ่น สินค้าที่ผลิตจากธรรมชาติ และภูมิปัญญา
วัสดุที่ใช้ สี และลวดลาย ผ้าทอย้อมสีธรรมชาติ และครามมาสกัดเป็นหมึกสำหรับเพนต์ลงไปบนผืนผ้า
ลักษณะเด่นของเสื้อผ้า และเทคนิคพิเศษ
          เอกลักษณ์ของ Mann Craft สีครามจะมีสีอ่อน และมีการทดลองทำสิ่งใหม่ๆ เช่น การย้อมสี Indigo Spectrum ไล่เฉดสีครามตั้งแต่อ่อนจนเข้มจัดได้ถึง 52 เฉดสี คิดค้นหมึกครามสำหรับเพนต์ลงบนผ้าแทนการย้อมแบบดั้งเดิม พัฒนาลวดลายผ้าทอมัดหมี่ ลายลูกแก้ว หรือลายเก่าแก่ต่างๆ ให้อยู่ในฟอร์มร่วมสมัย ผสมเทคนิคพิมพ์ผ้าแบบอินเดียมาสร้างคอลเลกชั่น ใส่ลูกเล่นสร้างสรรค์สนุกๆ เหล่านี้ทำให้แบรนด์มีความเป็นศิลปะสูง และมีตัวตนชัดเจน และยังเน้นความคลาสสิก หยิบมาใช้กี่ปีก็ไม่มีตกยุค

BHUKRAM

ชื่อนักออกแบบ ปิลันธน์ ไทยสรวง
ลักษณะเด่นของแบรนด์ ที่มา และแรงบันดาลใจ
          Bhukram ผ้าฝ้ายย้อมครามสีธรรมชาติ ซึ่งมีจุดเริ่มต้นในการสร้างแบรนด์มาจากหมู่บ้านเล็กๆ สองหมู่บ้าน ในเทือกเขาของ อ.ภูพาน จ.สกลนคร บ้านนางเติ่ง และบ้านหนองส่าน ซึ่งมีการทอผ้า เย็บเสื้อ ผ้าซิ่น ผ้าห่ม และหมอน ผ้าส่วนใหญ่เป็นผ้าฝ้ายย้อมครามสีพื้น เรียบ Bhukram จึงคิดว่าน่าจะต่อยอดเพื่อสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านได้ จึงเริ่มทำแบรนด์ ภูคราม อย่างจริงจังในปี 2558 โดยเป็นผู้ผลิตผ้าฝ้ายย้อมครามตั้งแต่ต้นน้ำยันท้ายน้ำ เริ่มจากการปลูกฝ้าย การทอผ้า ย้อมคราม นำมาตัดเย็บ และออกแบบลวดลายต่างๆ ให้มีดีไซน์ที่ดูทันสมัยมากขึ้น
วัสดุที่ใช้ สี และลวดลาย ผ้าฝ้ายสีธรรชาติ ลวดลายปักจากธรรมชาติ ดอกไม้ ต้นไม้ และวิถีชีวิตท้องถิ่น
ลักษณะเด่นของเสื้อผ้า และเทคนิคพิเศษ
          ลักษณะเด่นของเสื้อผ้า การย้อมคราม และเทคนิคการปักพิเศษที่มีความเป็นเอกลักษณ์ จุดเด่นอีกประการหนึ่งของแบรนด์คือการบอกแหล่งที่มาของผู้ปักผ้าชิ้นนั้นๆ และการผลิตจากที่ใดเพื่อเป็นการสร้างคุณค่าของแบรนด์

KAYA

ชื่อนักออกแบบ ชนัญญา ดรเขื่อนสม
ลักษณะเด่นของแบรนด์ ที่มา และแรงบันดาลใจ
          KAYA ไหมไทย ลายบาติก เริ่มจากการทำเสื้อผ้าขายส่งย่านประตูน้ำ กระทั่งเจอวิกฤตเศรษฐกิจปี 40 ตัดสินใจเดินทางกลับบ้านเกิดที่ จ.นครราชสีมา อาศัยพื้นที่หน้าบ้านเปิดร้านตัดเย็บเสื้อผ้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าราชการที่นิยมมาตัดชุดผ้าไหม และเริ่มการพัฒนาสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าด้วยการนำเทคนิคบาติกมาใช้ในการพัฒนาสินค้าผ้าไหม จนเกิดเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนาเพิ่มมูลค่าสินค้า ด้วยการสร้างสรรค์คุณสมบัติพิเศษลงบนผ้า เกิดเป็นผ้าไหมบาติกที่สามารถเปลี่ยนสีได้เมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนด้วยเทคนิคการใช้สีย้อมพิเศษในการผลิตบาติก
วัสดุที่ใช้ สี และลวดลาย ผ้าไหมไทย ลายบาติก
ลักษณะเด่นของเสื้อผ้า และเทคนิคพิเศษ
          ฅญาบาติก (KAYA) เป็นผลิตภัณฑ์จากงานศิลปะบนผืนผ้าไหมแท้ 100 % ที่ใช้เทคนิคบาติกในการสร้างสรรค์งาน มีการออกแบบลวดลายที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัว บ่งบอกถึงถิ่นที่มาของภูมิลำเนาภาคอีสาน ผลงานสะท้อนสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้ง และการทำคุณสมบัติพิเศษ ผ้าเปลี่ยนสีตามอุณหภูมิ เป็นต้น
ที่มาของเนื้อหา

CHABATIK

ชื่อนักออกแบบ ศศิวรรณ ดำรงศิริ
ลักษณะเด่นของแบรนด์ ที่มา และแรงบันดาลใจ
          CHABATIK เกิดจากการต่อยอดจากการศึกษาที่ได้มีโอกาส คลุกคลีกับช่างทอพื้นบ้าน ทำให้รู้งานออกแบบและทอผ้า สามารถประยุกต์ความรู้และประสบการณ์เข้ากับเทคโนโลยีดิจิตอลพัฒนาลวดลายและการทอผ้าไหมมัดหมี่แบบดั้งเดิม ให้เป็นลายและการทอมัดหมี่ซ้อนสำเร็จเป็นรายแรกของประเทศไทย ซึ่งผลงานของแบรนด์ CHABATIK คือการถักทอเรื่องราวจากแรงบันดาลใจ ด้วยลายเส้นและสีสันบนคอมพิวเตอร์ แล้วจึงสานต่อ ผ่านปลายนิ้วและประสบการณ์ของช่างทอ ณ หมู่บ้านห้วยขี้หนู และหมู่บ้านภูผาม่าน ในจังหวัดขอนแก่น เพื่อสร้างสรรค์ถ่ายทอดเรื่องราวความงาม ผ่านเส้นไหม ด้วยกรรมวิธีการทอแบบพื้นบ้าน ตั้งแต่การต้มฟอกเพื่อให้ได้ไหมที่บริสุทธิ์ พร้อมที่จะนำเข้าหลักมัด มัดลวดลายแล้วย้อมสี เช่นนี้ซ้ำไปมาหลายสิบรอบ เพื่อให้ได้ลวดลายและสีสันตามที่ต้องการ จนถึงการนำมาเรียงบนหูกทอผ้าอย่างบรรจงทีละเส้นๆ ผ้าไหมมัดหมี่ทุกผืนจึงเป็นผลงานที่รังสรรค์ จากความรัก ความคิด ความมุ่งมั่น จากช่างฝีมือชั้นดี เป็นเสมือนงานศิลปะ ที่มีความประณีตละเอียดทรงคุณค่าคู่ควรแก่การสะสม
วัสดุที่ใช้ สี และลวดลาย ผ้าไหมไทย ลายบาติก
ลักษณะเด่นของเสื้อผ้า และเทคนิคพิเศษ
          ฅญาบาติก (KAYA) เป็นผลิตภัณฑ์จากงานศิลปะบนผืนผ้าไหมแท้ 100 % ที่ใช้เทคนิคบาติกในการสร้างสรรค์งาน มีการออกแบบลวดลายที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัว บ่งบอกถึงถิ่นที่มาของภูมิลำเนาภาคอีสาน ผลงานสะท้อนสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้ง และการทำคุณสมบัติพิเศษ ผ้าเปลี่ยนสีตามอุณหภูมิ เป็นต้น
ที่มาของเนื้อหา