เครื่องแต่งกายไทย

สมัยรัตนโกสินทร์ ร.1-8

สมัยรัชกาลที่ 1-3 พ.ศ. 2325 – 2394

          ในช่วงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นยังคงแต่งกายตามรูปแบบดั้งเดิมตามสมัยอยุธยา ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมดังนั้นลักษณะการแต่งกายจึงต้องมีความทะมัดทะแมง

  • ผู้ชายเวลาทำงานนุ่งโจงกระเบนถกสั้นเหนือเข่า ไม่สวมเสื้อ ไม่สวมรองเท้า อยู่บ้านนุ่งผ้าลอยชายหรือนุ่งโสร่ง มีผ้าคาดพุง ผมทรงมหาดไทย หรือเรียกว่าทรงหลักแจว
  • ผู้หญิงเวลาทำงานนุ่งโจงกระเบน และห่มตะเบ็งมาน อยู่บ้านคาดผ้าแถบ แต่เมื่อออกนอกบ้านจะนุ่งผ้าจีบ ห่มสไบทับผ้าแถบอีกที ทรงผมถ้าเป็นสาวจะตัดสั้นแบบดอกกระทุ่มปล่อยท้ายยาวงอนถึงบ่า ถ้าเป็นผู้ใหญ่ตัดผมปีกแบบโกนท้ายทอยสั้นเหมือนผู้ชาย
ลักษณะชุด

          การแต่งกายระหว่างชาวบ้าน และชาววังไม่มีอะไรแตกต่างกันมากนัก ต่างกันที่เนื้อผ้า ลวดลายความงดงาม และคุณภาพของผ้า

ผู้หญิง

  • ชาวบ้าน ช่วงเวลาทำงานจะห่มตะเบงมาน อยู่บ้านจะห่มผ้าเหน็บหน้าแบบผ้าแถบ
    เวลาออกงานจะห่มสไบเฉียงผ้าแพรจีน นุ่งผ้าจีบ ไว้ชายพกมีชายสะบัดสามเหลี่ยม นุ่งผ้าโจงกระเบน หรืออาจนุ่งผ้าซิ่น ตามวัฒนธรรมของแต่ละที่
  • ชาววัง ห่มสไบเฉียงผ้าจีบ นุ่งผ้าซิ่นจีบหน้า

ผู้ชาย

  • ชาวบ้าน ช่วงเวลาทำงาน ถ้ามีอาชีพเป็นเกษตรกร จะไม่สวมเสื้อ นุ่งผ้าผืนเดียว ขัดเขมร สวมกางเกงขาสั้น หรือกางเกงยาวครึ่งแข้ง โพกผ้าแทนการใส่หมวก ไม่สวมรองเท้า อยู่บ้านจะมีผ้าพาดบ่า นุ่งผ้าลอยชาย นุ่งโสร่ง เวลาออกงาน คล้องผ้าคล้องไหล่ คล้องคอทิ้งชายผ้าให้ยาวไว้ทั้ง 2 ข้าง และนิยมนุ่งโจงกระเบนด้วยผ้าแพรสีต่างๆ
  • พระมหากษัตริย์ แต่งกายด้วยผ้าเขียนทอง สวมเสื้อแขนยาว คอปิด ชายยาว
ส่วนประกอบชุด

ผู้หญิง

          สไบ ผ้านุ่งหรือโจงกระเบน 

ผู้ชาย

          ผ้านุ่งหรือโจงกระเบน

ผ้าที่ใช้

ผู้หญิง

  • ชาวบ้าน นุ่งผ้าพื้นเมือง พวกผ้าพื้นหรือผ้าลายเนื้อเรียบๆ ผ้ายก ผ้าไหม ผ้าเยียรบับ ผ้าลายอย่าง ในฤดูหนาวห่มผ้าหรือใช้แพรเพลาะคลุมไหล่
  • ชาววัง มักใช้ผ้าทอเนื้อละเอียด สอดเงิน สอดทอง หรือผ้าไหมอย่างดี ห่มสไบปัก นุ่งผ้าเยียรบับ ผ้าตาด ผ้าโหมดทอยกดอกทั้งผืนเมื่อมีงานพระราชพิธีจะห่มผ้าทรงสะพัก จำพวกผ้าตาดทอง ผ้ากรองทองปักปีกแมลงทับบนผ้าสไบ และนุ่งผ้าลายทอง ผ้ายกทอง

ผู้ชาย

  • ชาวบ้าน นิยมนุ่งโจงกระเบนด้วยผ้าแพร ผ้าพื้นเมือง พวกผ้าพื้นหรือผ้าลายเนื้อเรียบๆ
  • ชาววัง หรือขุนนาง นุ่งผ้าทอเนื้อละเอียดสอดเงินสอดทอง หรือผ้าไหมอย่างดีเช่น ผ้ายกทอง ผ้าปูม ผ้าสมปัก โดยเฉพาะผ้าสมปักนี้พระมหากษัตริย์จะพระราชทานเป็นเครื่องยศหรือพระราชทานให้กับผู้ที่มีบรรดาศักดิ์ใช้นุ่งตามตำแหน่งชั้นยศ ตั้งแต่ชั้นสมเด็จเจ้าพระยามาจนถึงผู้มีบรรดาศักดิ์ชั้นหลวง ซึ่งแต่ละชั้นยศก็จะมีลักษณะของผ้าและชื่อเรียกแตกต่างกัน
  • พระมหากษัตริย์ แต่งกายด้วยผ้าเขียนทอง
ทรงผม

ผู้หญิง

          ผมทรงปีก

ผู้ชาย

          ผมทรงมหาดไทย 

ภาพการแต่งกายชายรัชกาลที่ 1-3 นุ่งโจงกระเบน

ภาพการแต่งกายหญิงรัชกาลที่ 1-3 นุ่งโจงกระเบนห่มสไบ

ภาพทรงผมผู้หญิงรัชกาลที่ 3-4

ภาพทรงผม ผมทรงมหาดไทย